หัวข้อโครงงานแบบไหนที่ส่งเสริมการเรียนรู้

หัวข้อการทำโครงงาน เป็นก้าวแรกของกระบวนการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะศตวรรษที่  21 สำหรับนักเรียน

จากกรณีศึกษาทั้ง 3 โรงเรียน จะเห็นได้ว่าหัวข้อโครงงานที่นักเรียนสนใจ ช่วยสร้างให้เกิดฉันทะในการเรียนรู้  สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนให้เกิดความใส่ใจและสามารถที่จะแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองได้ (Self-directed Learner) ถึงแม้ว่า นักเรียนจะมีภาระงานเพิ่มขึ้น แต่ความอยากที่จะคำตอบในเรื่องที่ตนเองสนใจ จะช่วยผลักดันให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายในการเรียนรู้ได้

ปัญหามา ปัญญามี

กรณีศึกษาเรื่องเพิ่มผลผลิตของการเลี้ยงกบ การเปลี่ยนป่าโคกหนองคองให้เป็นป่าสาธารณะ และหลักสูตรสัมมาชีวศิลป์ มีลักษณะร่วมกัน คือเป็นหัวข้อโครงงานที่มีปัญหาเป็นฐาน เป็นการสร้างเงื่อนไขให้เด็กต้องหาวิธีแก้ปัญหา ทำให้มีเด็กๆ มีการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทดลองทำ และต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ในบริบทของโครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต การแสวงหาคำตอบเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะศตวรรษที่ 21 อันเป็นจุดมุ่งหมายของโครงการ

การเล่าเรื่องด้วยสื่อดิจิทัล เป็นการสรุปผลงาน ความคิด และประสบการณ์การเรียนรู้ที่นักเรียนได้รับจากการทำโครงงาน ชิ้นงานวิดีทัศน์ที่นักเรียนผลิตขึ้น ไม่ใช่เป้าหมายของการเรียนรู้ แต่เป็นเหตุให้เด็กได้ฝึกหัดการสื่อสารข้อเรียนรู้จากการทำโครงงาน และพัฒนาทักษะคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

หนึ่งหัวข้อ หลากมิติ

เราจะเห็นได้ว่า หัวข้อการเรียนรู้ที่ดี มีมิติการศึกษาที่หลากหลายในตัวของมันเอง

การศึกษาเรื่องการเลี้ยงกบ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิต ซึ่งทำให้ผู้เรียนต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร ที่อยู่อาศัย (บ่อกบลักษณะต่างๆ ) และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของกบ

ระหว่างทาง นักเรียนเกิดสงสัยว่า สีของบ่อกบ หรือเสียงดนตรี จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกบหรือไม่ ก็นำไปสู่มิติใหม่ ๆ ในการศึกษา ซึ่งไม่ได้มองเห็นมาตั้งแต่ต้น

ข้อดีของการเรียนรู้ภายใต้หัวข้อเดียวกัน

การเรียนรู้ภายใต้หัวข้อเดียวกัน เป็นเงื่อนไขให้นักเรียนทุกคน ทำงานภายใต้บริบทเดียวกัน

ดังนั้น นักเรียนจึงสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อเรียนรู้ วิพากษ์งานซึ่งกันและกันได้ และสามารถที่จะเปรียบเทียบข้อเรียนรู้ทั้งในแง่ความเหมือนและความต่าง (Compare and Contrast) เพราะมีบริบทของปัญหาเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น  ข้อเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องปริมาณการให้อาหารกบของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ก็เป็นความรู้สำหรับกลุ่มที่ศึกษาเรื่องอื่น สามารถนำไปใช้กับการเลี้ยงกบของตัวเองได้ เพราะทุกกลุ่มมีปลายทางเดียวกัน คือ การเพิ่มผลผลิตของการเลี้ยงกบ

นักเรียนชุมนุมซัมซุง ดิสคัฟเวอรี่คลับ โรงเรียนเทิงวิทยาคม นำเสนอผลการทำงานในแต่ละสัปดาห์ โดยมีคุณครูและเพื่อนๆ ร่วมฟัง วิพากษ์ และถามตอบเพื่อพัฒนางานต่อไป

หนึ่งหัวข้อ หลากมิติการศึกษา

ถ้าอธิบายด้วยภาพ การศึกษาเรื่องการเลี้ยงกบก็เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่มีหัวข้อย่อยเป็นกิ่งก้านสาขา จากหัวข้อเดียวกันคือ “การเพิ่มผลผลิตจากการเลี้ยงกบ” มีมิติการศึกษาแตกกิ่งก้านออกเป็นหัวข้อย่อยได้มากมาย เด็กๆ ต่อยอดจากประเด็นปัญหาเดียว ไปสู่การศึกษาเรื่องอื่นๆ ลักษณะของบ่อ ปัจจัยแวดล้อมแบบไหนที่เหมาะกับการเลี้ยงดูกบ อาหารที่ให้กบ แต่ทุกเรื่องนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการเพิ่มผลผลิตจากการเลี้ยงกบ

ภายใต้หัวข้อนี้ เด็ก ๆ ของครูเจ้ง สามารถแลกเปลี่ยน นำข้อเรียนรู้จากเพื่อน ๆ มาประยุกต์ใช้กับงานตนเอง เรียนรู้จากกันและกัน ถึงขึ้นที่สามารถเข้าไปช่วยงาน หรือทำงานแทนเพื่อนได้

หลากหัวข้อ ในพื้นที่เดียวกัน

 

ในทางกลับกัน การศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นหัวข้อเดียวกัน เช่น การศึกษาเรื่องของดีโคราช อาจจะมีมิติเรื่องปราสาทหิน เครื่องปันดินเผาด่านเกวียน ผ้าไหมปักธงชัย ฯลฯ  ซึ่งเปรียบเสมือนต้นไม้หลายชนิดที่ปลูกในพื้นที่เดียวกัน

แต่ละหัวข้อของเด็กก็เหมือนต้นไม้คนละต้น ที่ไม่มีส่วนเชื่อมโยงกัน เป็นเพียงแต่การรวบรวมหัวข้อที่แตกต่างกันไว้ในที่เดียวกันเท่านั้น หัวข้อโครงงานในลักษณะนี้ จึงไม่ค่อยจะอำนวยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันมากเหมือนการศึกษาเรื่องการเลี้ยงกบ

นอกจากนักเรียนจะสามารถเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมแล้ว  การทำงานภายใต้หัวข้อเดียว ทำให้คุณครูสามารถใช้เวลาทำความเข้าใจกับเนื้อหาได้ลึกขึ้น โค้ชนักเรียนได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิผลมากกว่าเดิม

มีเป้าหมายปลายทางที่ชัด

หัวข้อโครงงานที่ดี ต้องมี เป้าหมายการศึกษาที่ชัดเจน ว่าเราต้องการให้นักเรียนได้รู้อะไร หลังจากที่การทำโครงงานเสร็จสิ้นลง

ในเรื่องของกบ เป้าหมายของการเรียนรู้คือ ผลิตภาพ (Productivity) ของการเลี้ยงกบ ทำอย่างไรที่เราจะเลี้ยงกบให้ได้มีผลผลิตสูงขึ้น เพื่อที่จะตอบปัญหานี้ เด็ก ๆ จึงต้องหาความรู้ในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภาพ เช่น มิติของการให้อาหาร ลักษณะบ่อกบที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ บางหัวข้อ ก็เป็นเรื่องที่เด็กคิดได้เองระหว่างทาง เช่น สีของบ่อกบที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกบ เป็นต้น

ป่าชุมชนที่เชียงยืน ก็มีหลายเรื่องที่เด็กต้องศึกษา เช่นเรื่องพรรณไม้ในป่า สิ่งมีชีวิตในป่า คาร์บอนเครดิต พรบ.ป่าชุมชน ฯลฯ โดยมีเป้าหมายในการศึกษา คือเพื่อที่จะรวบรวมความรู้ในมิติต่าง ๆ จัดทำเป็นข้อเสนอที่จะเปลี่ยนป่าสาธารณะให้เป็นป่าชุมชน (ติดตามเรื่องป่าชุมชนที่เชียงยืนได้จากบทความ "ถามเบาๆ.....สะเทือนทั้งป่า และ ชมวิดิทัศน์กรณีศึกษาป่าชุมชน)

ในกรณีของ หลักสูตรสัมมาอาชีวศิลป์ เป้าหมายของการเรียนรู้ คือการเตรียมเด็กมีทักษะอาชีพเมื่อจบมัธยมต้น เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัยจะเรียนต่อสายอาชีพ หรือต้องประกอบอาชีพหลังจบมัธยมต้น เมื่อมีทักษะที่จะประกอบอาชีพในชุมชนเป็นเป้าหมาย เด็กจึงต้องมีเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับชุมชน ทักษะอาชีพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ การทำอาหาร และความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการ รู้จักคิดต้นทุน กำหนดราคาขาย ให้ตัวเองมีกำไร

ใน 3 ตัวอย่างนี้ เราจะเห็นได้ว่า หลังจากที่คุณครูได้มีเป้าหมายในการเรียนรู้ที่ชัดเจนแล้ว คุณครูต้องคิดเกี่ยวกับเส้นทางของการเรียนรู้ว่าในการที่จะให้นักเรียนได้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ (Learning Outcome) ดังกล่าวภายใน 1 ปีการศึกษา มีเรื่องอะไรที่นักเรียนต้องเรียนรู้และเข้าใจบ้าง

โครงงานหรือหลักสูตร ก็บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ได้เหมือนกัน

ถึงแม้ว่าทั้ง 3 ตัวอย่างจะมีความเหมือน ตรงที่ใช้หัวข้อปัญหาเดียวกัน มีเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจน แต่เส้นทางการเรียนรู้ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว

ในการศึกษาเรื่องการเลี้ยงกบและป่าชุมชน นักเรียนจะศึกษามิติต่างๆ ของปัญหา เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตของการเลี้ยงกบ และการจัดทำข้อเสนอเรื่องป่าชุมชน ตลอดปีการศึกษา

ในปีถัดไป คุณครูอาจจะจัดให้นักเรียนรุ่นใหม่ศึกษาเรื่องนี้ต่อไป เพราะมีองค์ความรู้เดิมอยู่แล้ว และมีนักเรียนรุ่นพี่ที่สามารถเป็นพี่เลี้ยงและถ่ายทอดประสบการณ์ให้ ทำให้นักเรียนรุ่นใหม่ตั้งต้นจากองค์ความรู้เดิมที่สะสมไว้ และศึกษาปัญหาให้ลึกซึ้งต่อไป แทนที่จะต้องเริ่มเรื่องใหม่

หลักสูตรสัมมาอาชีวศิลป์ เป็นหลักสูตรที่คุณครูจัดทำขึ้นให้นักเรียนได้เรียนรู้มิติต่างๆ เกี่ยวกับตัวเอง ชุมชน และทักษะอาชีพตลอด 3 ปี ซึ่งสำหรับครูที่ปรึกษา การมีหลักสูตรที่คุณครูทำซ้ำได้หลายๆ ครั้ง ช่วยให้คุณครูสามารถนำประสบการณ์ในปีการศึกษาหนึ่งไปพัฒนาการดำเนินโครงงานในปีการศึกษาต่อไปได้

ถึงแม้ Lesson Plan ในหลักสูตรยังเหมือนเดิม เช่น การให้นักเรียนมองปัญหาใกล้ตัว ปัญหาในชุมชน แต่เนื่องจากนักเรียนแต่ละรุ่นเปลี่ยนไป บริบทของนักเรียนและมุมมองของนักเรียนแต่ละคนก็เปลี่ยนไปไม่ซ้ำเดิม ทำให้ประสบการณ์การทำงานในแต่ละปี มีความสดใหม่อยู่เสมอ

คุณครูอาจจะลองคิดถึงการจัดทำหลักสูตรบูรณาการในลักษณะเดียวกันนี้ เป็นอีกวิธีหนึ่งของการดำเนินโครงการซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคตในโรงเรียน