บันทึก (ซัมซุง) พลังการเรียนรู้สู่อนาคต

หลังจากเสร็จสิ้นการเวิร์คชอป ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต ที่ชวนพวกเราเรียนรู้แบบบูรณาการ บนฐานการเรียนรู้จากโครงการ หรือจากปัญหา (PBL) ผ่านเกม กิจกรรม การผลิตสื่อด้วยเทคโนโลยี และการลงมือปฎิบัติจริงในหลากหลายกระบวนการัเรียนรู้ ของพวกเรา 10 ชีวิต ทั้งครูและนักเรียนใน สามวันที่ผ่านมา (16 – 19 ตุลาคม 56 ) เด็กๆ และครูๆ จากเทศบาลบ้านโนนชัย ก็ได้เวลาผ่อนคลาย และปลดปล่อยพลังกันอีกครั้ง ด้วยการเล่นน้ำกันจนตัวเกือบเปื่อย อาหารมื้อเย็นมื้อนี้เลยกินได้เยอะมากขึ้น (ความจริงกินเยอะทุกวันแหละ…ครู)

วงสะท้อนการเรียนรู้ และพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ของพวกเรา ก่อนแยกย้ายไปนอนคืนนี้เลยใช้เวลาได้นานขึ้น ครูชวนเด็กวาดรูป และเขียนสะท้อนการเรียนรู้ตลอดสามวันที่ผ่านมาตั้งแต่นั่งรถออกจากโรงเรียน ยันถึงเวลาปัจจุบัน ณ จุด จุดนี้ ว่าชอบ ประทับใจอะไร บ้าง ได้เรียนรู้อะไร อยากกลับไปทำอะไรต่อ และข้อสุดท้ายย้อนมองตนเองและสะท้อนตนเอง ถึงการเรียนรู้และบทบาทการทำงานร่วมกัน

เด็กๆ สะท้อนได้ดีและน่าสนใจทีเดียว นอกจากความรู้ที่ได้ ทักษะที่เกิด ที่เด็กๆ สะท้อนให้ฟังจากการเขียนบันทึกแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือบรรยากาศ ในการฟังกันและกัน พูดคุยกันและกันของเด็กๆ และครูๆ มีหลายประเด็นที่เด็กๆ ไม่ได้เขียนเอาไว้ แต่อยากแบ่งปัน และบันทึกเอาไว้คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน

มิ้น?? ครู หนูขอพูดนิดหนึ่งได้ไหมคะ คือสิ่งที่หนูเห็น คือความเป็นตัวตนของครู ผอ. หรือรองผอ.แต่ละคนนั้นตลอดเวลา 3-4 วันที่ได้เห็นนั้น มันแตกต่างจากที่เราเคยเห็นและสัมผัสมากๆ ตอนที่อยู่ในห้องและในโรงเรียน แต่พอเรามาใช้ชีวิตด้วยกัน นอนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน มันทำให้พวกหนูและพวกครูนั้นได้มีความสัมพันธ์ที่ดีและเกิดความรู้สึกดีๆ ที่เป็นชีวิตจริงๆ หนูชอบมากๆ มันทำให้เรารู้จักกันและกันมากกว่าที่เคยเห็นหรือคิดเอา หนูหมายถึงเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันด้วยค่ะ?

ความจริงมิ้นพูดและสะท้อนประเด็นนี้ได้ดี ลึกซึ้ง และมีรายละเอียดมากกว่านี้ครับ มิ้นยังขอให้ครูได้สะท้อนตัวพวกเค้าบ้าง หลังจากให้พวกเค้าสะท้อนตัวเอง สะท้อนกันและกันแล้ว

ครูปุยค่อยๆ สะท้อนทั้งจุดแข็ง และจุดที่ปรับเปลี่ยนได้ของเด็กๆ ที่ละคนๆ เวียนไปจนครบทุกคน ได้อย่างน่ารักและเสริมพลังให้เด็กๆได้ดี เด็กๆ ก็จดจ่อและตั้งใจฟังเสียงสะท้อนจากครูอย่างน่ารัก และเปิดใจรับ

พอครูปุยสะท้อนเสร็จ เด็กๆ ก็ขอให้ครูสอยอได้สะท้อนบ้าง เราเองก็ออกตัวกับเด็กๆ ว่าอาจจะสะท้อนได้ไม่ดีเท่าครูปุยนะ เพราะครูปุยจะใกล้ชิดกับเด็กๆ จะสนิท กับเด็กๆ มากกว่าเรา ด้วยการที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว (ครูปุยเป็นครูประจำชั้นของเด็กๆ ตั้งแต่ ม.1 และตามเด็กๆ มาประจำชั้นต่อ ถึง ม.2 )

แต่จะขอสะท้อนเท่าที่ครูได้เห็น ได้สัมผัสด้วยแล้วกัน ไอ้ช่วงจังหวะนี้แหละ มันทำให้เรานึกถึงบรรยากาศ สมัยเราอยู่ ม.ปลาย ทีนั่ง นอน คุยกัน สะท้อนกันและกันอย่างเปิดใจ รับฟัง จริง ซึ่งบรรยากาศตรงนี้แหละมันคือพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพช่วงหนึ่งของการเติบโต การบ่มเพาะ ความเป็นตัวเรา ให้งอกงาม ไปในทางที่เหมาะสม

สอยอสะท้อนเด็กๆ ที่ละคนทั้งจุดแข็ง และจุดที่เห็นว่าควรพัฒนา ครบทุกคนและแลกเปลี่ยนกับเด็กๆ ถึงเรื่องการสอนในห้อง และการใช้ชีวิตร่วมกัน ว่า หลายครั้งทั้งครูและนักเรียน ชอบมองแยกส่วนว่า ห้องเรียนคือห้องเรียน การใช้ชีวิตคือการใช้ชีวิต พอมองว่ามันคนละเรื่อง ทั้งครูและเด็ก เลยมีท่าที และหน้าที่ต่างกัน ฉันเป็นครู ฉันมีหน้าที่สอน เธอเป็นนักเรียน เธอมีหน้าที่เรียน ซึ่งพอคนส่วนใหญ่มองกันแบบนี้ ห้องเรียนเลยไม่มีชีวิต ครูเองก็พยายามที่จะทำให้ห้องเรียนมีชีวิต ให้ทุกคนมาใช้ชีวิตด้วยกัน มาเรียนรู้ด้วยกัน แต่หลายๆ ครั้งก็ขาดสติ ทำให้มองแยกส่วน และสวมวิญญาณมาดครูมากเกินไป เลยทำให้บรรยากาศห้องเรียนไม่สนุกกับการเรียนรู้

ซึ่งการจะทำให้ห้องเรียนมีชีวิต ทุกคนมาใช้ชีวิต เรียนรู้ด้วยกัน จึงจำเป็นมากๆ ที่ต้องการความร่วมมือจากนักเรียน? ครูปุยเสริม

วงคุยลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมาก จากการสะท้อนการเรียนรู้ในค่าย การคิดงานที่จะกลับไปทำต่อในอนาคต วงเด็กสะท้อนครู ครูสะท้อนเด็ก สู่การฟังเรื่องราวความรักของเด็กๆ เรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของกันและกัน จากทุ่มกว่า ปาเข้าไปสี่ทุ่ม สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในวงพูดคุยกันวันนี้ คือเห็นความเป็นผู้ใหญ่ในตัวพวกเราที่ผลิใบให้เราเห็นแล้วในหลายๆ คน และความเป็นตัวตนของทุกคน มัน งดงามในตัวของพวกเขาอยู่แล้ว เราในฐานะครู จะดึงความงามออกมาฉายแสงให้คนอื่นๆ เห็น และได้ชื่นชมความงามตรงนี้อย่างไร หรือจะทำให้ความงามนั้นงอกงามเจริญเติบโตต่อไปอย่างไร นี้เป็นโจทย์ของครูอย่างพวกเราที่ต้องทำ

ขอขอบคุณซัมซุงทีทำให้ครูและเด็กได้มาเรียนรู้ร่วมกันครั้งนี้

ขอบคุณพี่ก๋วยและคณะที่หยิบยื่นโอกาสพวกเรา

ขอบคุณผอ.วัช รองอ้อม ที่สนับสนุนพวกเราเต็มที่

ขอบคุณคุณครูโนนชัยทุกคน รุ่นพี่ศิษย์เก่า ที่ได้ร่วมสะสมความดีงามทั้งหลาย จนเป็นอนิสงค์ให้พวกเราได้มาเรียนรู้ และได้โอกาสดีๆ จากซัมซุง

ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในอดีต และปัจจุบัน ฮ่าๆ

ขอบคุณครูปุย และเด็กๆ ทั้ง 6 ที่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกันในค่ายอย่างมีความสุขและเรียนรู้กันและกันมากขึ้นๆ

ขอพลังเป็ดจงอยู่กับท่าน เด็กน้อยผู้โตเข้าหาแสง พวกเจ้าคือพลังของอนาคต – สอยอ