ห้องเรียนแห่งอนาคต ทางเลือกและทางรอดใหม่ในการปฏิรูปการเรียนรู้

วันนี้ไม่ว่าเราจะเดินเข้าไปในห้องเรียนของโรงเรียนไหน หรือประเทศใดในโลก ตั้งแต่ห้องเรียนในโรงเรียนในดินแดนชายขอบของประเทศไทย ไปจนอาคารเรียนใหม่ที่ทันสมัยในสหรัฐอเมริกา ภาพที่เราจะพบเห็นในห้องเรียนสี่เหลี่ยมจะยังคงเป็นภาพแบบเดียวกันกับที่เราเคยคุ้นตาคือการที่นักเรียนนั่งเรียนเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ คอยฟัง จดและทำใบงาน ขณะที่มีครูอยู่หน้าชั้นและเป็นผู้คอยกำกับ และบรรยายอยู่หน้าชั้นเรียน  สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาบ้างในปัจจุบันอาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่หน้าชั้น หรือจอ Projector ขนาดใหญ่ ที่มีอยู่ในห้องเรียน ส่วนอื่น ๆ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยไปในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา

ทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก  กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเขิง  โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เด็กๆ เข้าถึงและใช้ในชีวิตประจำวัน  รวมไปถึงอินเตอร์เน็ตซึ่งผลักดันให้โอกาสการเข้าถึงข้อมูลและการขยายองค์ความรู้ใหม่ คุณครูหลายคนกำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า พวกเขาไม่สามารถทำให้เด็กสนใจในสิ่งที่ครูสอนด้วยวิธีเรียนเก่าและห้องเรียนแบบเดิม

ความท้าทายของการจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงไม่เพียงเผชิญหน้ากับความจริงของสภาพแวดล้อมและความสนใจของเด็กที่เปลี่ยนแปลงไป เท่านั้น ผลลัพธ์จากการจัดการศึกษาที่มีต่อการสร้างคนในอนาคต ยังเป็นคำถามใหญ่ที่นักการศึกษา ภาคประชาสังคม เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองทั่วโลกยังต้องการทางออก

การจัดการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมในห้องเรียนแบบเดิมและกระบวนทัศน์ของการจัดการเรียนรู้แบบเก่า จึงกำลังถูกท้าทาย !!

นักเรียนในโครงกรทำงานวิจัยและสร้างสื่อเพื่อบอกเล่าการค้นพบในห้องเรียนแห่งอนาคต นักเรียนในโครงกรทำงานวิจัยและสร้างสื่อเพื่อบอกเล่าการค้นพบในห้องเรียนแห่งอนาคต

นักเรียนในโครงกรทำงานวิจัยและสร้างสื่อเพื่อบอกเล่าการค้นพบในห้องเรียนแห่งอนาคต

กระบวนทัศน์ใหม่สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 นักการศึกษาและผู้มีบทบาทด้านการศึกษาในหลายประเทศจึงเริ่มมีการทบทวนเกี่ยวกับแนวคิดและแนวปฏิบัติที่ดีในการสร้างภาพแวดล้อมและการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับนักเรียนในศตวรรษใหม่ ที่จะทำให้เด็กในวันนี้สามารถเติบโต และก้าวสู่ตลาดงานในอนาคต มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ความพยายามที่เกิดขึ้นจากทั้งฝั่งนักการศึกษา ภาคประชาสังคม ตลอดจนภาคเอกชนที่มุ่งจะปฏิรูปการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตั้งอยู่บนแก่นของความคิดที่ว่า ความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้มุ่งเน้นความรู้แต่เฉพาะในวิชาแกนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทักษะด้านข้อมูล และการสื่อสาร ทักษะในการคิดและแก้ปัญหา ทักษะสังคมในการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการรู้เท่าทันและสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันบางประเทศได้เริ่มที่จะประยุกต์ใช้แนวคิดนี้เพื่อให้สามารถเกิดการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

จากแนวคิดสู่ต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคตในไทย

ในประเทศไทยแม้จะมีการพูดถึงแนวคิดนี้มาระยะหนึ่ง แต่ในเวลาที่ผ่านมายังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน ในการพัฒนา “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ได้จริง การริเริ่มของซัมซุง ในโครงการ Samsung Smart Learning Center โครงการเพื่อสังคมของ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำแนวคิดการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 มาพัฒนาเพื่อให้เกิด “ต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต” ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนในประเทศไทย 

ห้องเรียนแห่งอนาคตของซัมซุงได้ก้าวข้ามข้อจำกัดห้องเรียนในแบบเดิม ๆ ทั้งสภาพแวดล้อมทางกายภาพในห้องเรียน โดยปรับจากห้องเรียนแบบเก่า มีเก้าอี้หันหน้าเข้ากระดานดำ เป็นห้องที่รับความรู้ สู่ห้องเรียนในสภาพแวดล้อมใหม่ที่ผ่อนคลาย เป็นห้องที่ใช้ค้นคว้า ประมวลความรู้และสามารถทำงานเป็นกลุ่ม

กระบวนการจัดการเรียนรู้ใหม่ในห้องเรียน ยังก้าวข้ามข้อจำกัดแบบเดิมที่เด็กเป็นผู้รับ (Passive Learner) ครูเป็นผู้บรรยายสู่กระบวนทัศน์ใหม่ในการจัดการศึกษาที่เด็กมีส่วนร่วม (Active Learner) และเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self Learner) มีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา โดยเด็กจะได้ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ สร้างสรรค์ผลงานผ่านการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม

วันนี้โครงการ Samsung Smart Learning Center ได้ก้าวสู่ปีที่ 2  โดยได้สร้างห้องเรียนแห่งอนาคต ในโรงเรียน 25 แห่งทั่วประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเด็กอย่างชัดเจนโดยเฉพาะผลลัพธ์ที่เกิดจากเรียนและกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ที่สามารถทำให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21  3 อันดับแรก ได้แก่ 1.การคิดริเริ่มและสานงานต่อ 2.ทักษะสังคม 3.การบริหารเวลาและความรับผิดชอบในงาน

เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพซ่อนอยู่ ที่รอการค้นพบ จากการทำโครงการที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในเมืองหรือพื้นที่ห่างไกล ถ้าเราเปิดโอกาสเขาจะสามารถค้นพบความสามารถของตัวเองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21

คุณศศิธร กู้พัฒนากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัดคุณศศิธร กู้พัฒนากุล
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร
บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ถูกจุดขึ้นจากฝั่งเอกชน และเป็นก้าวที่ท้าทายยิ่งของการปฏิรูปการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่มีเด็กเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ห้องเรียนแห่งอนาคต มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับประจำวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2557 ฉบับที่ 1780