พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 เตรียมเด็กเพื่อรับมือโลกใหม่

ในขณะที่วงการศึกษาทั่วโลกให้ความสำคัญของการประเมินผล  การแข่งขัน ความเป็นเลิศทางวิชาการและการจัดอันดับคุณภาพการศึกษา  ทว่าเมื่อมองภาพปัญหาในภาพรวมเรากลับพบว่าประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุดในการจัดการศึกษาคือการที่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนของการจัดการศึกษาวันนี้ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง ในหลายประเทศกำลังเริ่มตระหนักถึงความสามารถหลักของผู้เรียนที่บรรดานายจ้างต่างเห็นว่านักเรียน นักศึกษาที่จบการศึกษามาไม่มีทักษะที่จำเป็นและสำคัญซึ่งจะสามารถมาใช้ได้ในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีบรรยากาศแวดล้อม วิธีการทำงาน แตกต่างไปกับอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยนับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมาที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้เปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจ และการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

ปัจจุบันแรงงานทักษะต่ำ งานที่ใช้แรงทำงานซ้ำซากกำลังถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี และโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจบริการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความรู้และนวัตกรรม ความสำเร็จของการเรียนในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันความสำเร็จในอาชีพ เช่นที่ผ่านมา แต่หัวใจสำคัญของความสำเร็จของคนในศตวรรษที่ 21 กลับอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ

เพราะทุกวันนี้นอกจากเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอัตราก้าวกระโดดที่ทำให้ความรู้ที่เคยเรียนมาในห้องเรียนกลายเป็นเรื่องล้าสมัยอย่างรวดเร็ว ความรู้ใหม่ยังเกิดขึ้นได้ในอัตราเร่งมากกว่าเดิม โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ เจ้าของทฤษฎีพหุปัญญา หนึ่งในนักจิตวิทยาการศึกษาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ยังเคยกล่าวไว้ในบทความของเขา โดยระบุว่า ในทฤษฎีของเขาเชื่อว่าคนเราจะสามารถมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้และอยู่กับมันเป็นเวลานานนับ 10 ปี แต่วันนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศอาจจะช่วยย่นระยะเวลาในการก้าวถึงการเป็นอัจฉริยะและความเชี่ยวชาญในสิ่งนั้น

หากมองในฝั่งของงานหรืออาชีพที่เกิดขึ้น จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส ของ 10 อาชีพที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้กลับพบว่า อาชีพทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และนี่คงเป็นเหตุผลเพียงพอที่เรากำลังพยายามสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการศึกษาเพื่อให้เด็กสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ จึงจำเป็นที่ต้องทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม

ทักษะในศตวรรษที่ 21 คืออะไร

จากข้อถกเถียงของนักการศึกษา องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ในหลายประเทศทั่วโลก นำมาสู่ข้อสรุปสำคัญในการจัดการศึกษายุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน โดยมองว่าทักษะสำคัญที่จะทำให้เด็กสามารถปรับตัวเรียนรู้และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆได้ตลอดเวลา ได้แก่ ทักษะในการคิด ทั้งการคิดสร้างสรรค์ การคิดในเชิงวิพาษ์ การแก้ปัญหา ตลอดจนทักษะในการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม ทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้สื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนทักษะชีวิตและการทำงาน ที่เด็กจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว มีความคิดริเริ่ม มีทักษะสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม รวมไปถึงการมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น

ในโครงการ Samsung Smart Learning Center เด็กมีโอกาสทำงานเป็นทีม รู้จักปรับตัวและมีทักษะสังคม ในโครงการ Samsung Smart Learning Center เด็กมีโอกาสทำงานเป็นทีม รู้จักปรับตัวและมีทักษะสังคม

ในโครงการ Samsung Smart Learning Center
เด็กมีโอกาสทำงานเป็นทีม รู้จักปรับตัวและมีทักษะสังคม

ปัจจุบันในประเทศในฝั่งตะวันตกจึงมีความพยายามริเริ่มสิ่งนี้ในโรงเรียนและน่าสนใจที่ว่า การพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิผล ยังนำมาสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นในเวลาเดียวกันด้วย เช่นเดียวกับ จากการวิจัยและติดตามผลโรงเรียนในโครงการนับตั้งแต่ปี 2556 ของโครงการ Samsung Smart Learning Center โครงการเพื่อสังคมของบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กไทย ที่พบว่า การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนส่งผลอย่างมีนัยสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเช่นเดียวกัน โดยการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำโครงงานในการแก้ปัญหาในโรงเรียนและชุมชนของเด็กๆ ในระยะเวลากว่า 1 ปี ในประเด็นที่ตนเองสนใจ ช่วยให้เด็กค้นพบทักษะของการรับผิดชอบ และมีทักษะสังคมที่สูงขึ้น และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรูัของตนเองได้ดีขึ้นด้วย

พัฒนาความรู้ควบคู่ทักษะใหม่

โครงการเพื่อสังคมของซัมซุง เดินหน้าสู่เป้าหมายนี้โดยทำงานกับโรงเรียนทั่วประเทศในการพัฒนา ต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศผสมผสานกับกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem – based learning)  โดยในการสร้างห้องเรียนต้นแบบให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยใช้ ความรู้เนื้อหาวิชาการและทักษะการเขียนอ่าน คำนวณที่เคยมีอยู่ในชั้นเรียนแบบเดิมควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะชุดใหม่ด้วย

ผลระยะสั้นที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนจากการดำเนินโครงการ Samsung Smart Learning Center จึงเป็นอีกตัวอย่างของการประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในบริบทของประเทศไทย ที่จะช่วยให้เด็กเตรียมพร้อมรับมือ ประสบความสำเร็จและมีความสุขในการดำรงชีวิตในอนาคต

ทักษะการสื่อสาร การใช้ข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ ถือเป็นสิ่งจำเป็นในโลกยุคใหม่
ทักษะการสื่อสาร การใช้ข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ ถือเป็นสิ่งจำเป็นในโลกยุคใหม่
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ห้องเรียนแห่งอนาคต มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับประจำวันที่ 3 – 9 ตุลาคม 2557 ฉบับที่ 1781